










เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ถ้าจะถามว่าบนโลกกลม ๆ ใบนี้ จะมีสักกี่ประเทศกัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความสวยงาม และเต็มไปด้วยความงดงามแห่งสีสันเตะตา ต้องใจ รวมถึงดึงดูดให้นักเดินทางได้ลิ้มลองไปเที่ยวชมสักครั้งในชีวิต เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีอยู่ในใจบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกหรือบอกไม่ถูกว่ามีประเทศใดบ้าง ก็ไม่ต้องคิดมากไป เพราะทางเว็บไซต์ opentravel.com ได้คัดเอา 8 ประเทศสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยความสดใสของสีสันมาให้ทราบกัน ฉะนั้น เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีที่ไหนบ้าง รวมถึงจะมีสีสันคัลเลอร์ฟูลมากน้อยขนาดไหน ตามไปชมกันได้เลย
1. ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)
ชื่อของประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากจะเป็นที่คุ้นหูในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อปี 2010 แล้ว ประเทศทางตอนใต้ของโลกแห่งนี้ ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสีสันตามธรรมชาติ ที่มีอย่างมากมายตระการตาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสีของต้นไม้ใบหญ้าที่ผลัดกันออกดอกให้เกิดความสวยงามในแต่ละฤดูกาล สีเขียวของฤดูใบไม้ผลิ รวมไปถึงน้ำตาลสีแดง สีแดงเพลิง และสีแดงสดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนั้นแล้ว ประเทศแอฟริกาใต้ยังเป็นที่ตั้งของหาดทรายพร้อมทะเลสวย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญคือมีภูเขาที่พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของสัตว์ต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน

2. ประเทศโมร็อคโค (Morocco)
นี่คืออีกหนึ่งประเทศที่ใครหลาย ๆ คนมักจะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เพราะคิดกันอยู่เสมอว่าเป็นประเทศที่มีแต่ทะเลทรายแห้ง ๆ ร้อน ๆ เท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วหากๆได้ลองไปสัมผัสสักครั้ง จะรู้ได้ในทันทีว่านี่คือประเทศที่มีความงามของสีสันไม่แพ้ชาติใดในโลก อันจะเห็นได้จากสีในเฉดแบบแรง ๆ สด ๆ ตามบ้านเรือนและกำแพงต่าง ๆ โดยเฉพาะในโทนสีฟ้า ที่จะพบเห็นได้มากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยความที่โมร็อคโคอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ผู้คนที่นี่ยึดเอาสีของน้ำทะเล มาช่วยสร้างสีสันให้บ้านเรือนของพวกเขานั่นเอง
นอกจากสีฟ้าของน้ำทะเลแล้ว สีทองหรือสีเหลืองแบบทะเลทราย ก็มีปรากฏให้เห็นในโมร็อคโคเช่นเดียวกัน ซึ่งสีโทนนี้มักจะเห็นอยู่ตามสถานที่สำคัญ ๆ รวมไปถึงแหล่งชุมชนใหญ่ ๆ ของประเทศ เช่น อาคารสำนักงาน หรือตามตลาดท้องถิ่น เป็นต้น

3. ประเทศโคลัมเบีย (Colombia)
แม้โคลัมเบียจะมีชื่อเสียงในด้านลบเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สีสันของประเทศนี้ดูซีดมัวหรือโดดเด่นน้อยลงแต่อย่างใด หากแต่โคลัมเบียยังมีความสวยงามทางธรรมชาติคอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่ใช้ปลูกกาแฟ น้ำทะเลใส ๆ บนแนวชายฝั่งแคริบเบียน อาคารบ้านเรือน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีสีฉูดฉาดของผู้คน และอื่น ๆ อีกเพียบ นี่เองจึงเป็นจุดดึงดูดสำคัญที่ทำให้ในแต่ละปี มีจำนวนของนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศแห่งนี้มากขึ้น ๆ อย่างไม่ขาดสาย




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Memories pink
ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ ความงดงามของ ”ดอยแม่สลอง” จังหวัดเชียงราย ก็ยังมีมนต์ขลังไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะฤดูหนาวที่อากาศจะเย็นยะเยือก ทะเลหมอกยามเช้าลอยอ้อยอิ่งให้อิงแอบ ดอกนางพญาเสือโคร่งผลิดอกออกบานสะพรั่ง ทั่วทั้งดอยจะกลับกลายเป็นสีชมพูสุดแสนโรแมนติก
ซึ่งนอกจากที่เรากล่าวมาแล้วนั้น ดอยแม่สลอง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งหลาย ๆ คนอาจมองข้ามไป วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอชวนเพื่อน ๆ ขึ้นไปสัมผัสกัน เอ้า…ถ้าพร้อมแล้วก็ตามเราไปขึ้นดอยแม่สลองไปท่องเที่ยวกันดีกว่า
more »




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ แมวน้ำ สีสวาท และ Terminal 21 Shopping Mall
วินาทีนี้ไม่ว่าจะเป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือท่าอากาศยานดอนเมือง ก็สู้ความฮอตฮิตของท่าอากาศยานแห่งการช้อปปิ้งอย่าง Terminal 21 (เทอร์มินอล 21) ที่เพิ่งเปิดฉากความเจ๋งอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 ไม่ไหวแน่นอน เพราะได้กลายเป็นศูนย์การค้าสไตล์ Shopping Mall เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงสุด ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอพาเพื่อน ๆ ไปอินไซด์สำรวจความไฉไลของ Terminal 21 กัน…
Terminal 21 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริเวณแยกอโศก-สุขุมวิท หรูหรา ทันสมัย ครบครัน ภายใต้แนวคิด Market Street แถมยังเดินทางสะดวกสบาย เนื่องจากพอขึ้นมาจากรถไฟใต้ดินหรือลงมาจากรถไฟฟ้าก็จะพบกับ Terminal 21 ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จึงไม่แปลกหาก Terminal 21 จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิคของคนกรุงด้วยระยะเวลาไม่นาน

และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโอ่งอ่า กว้างขวาง ส่วนภายในก็โล่ง โปร่ง ทุกตารางนิ้วตกแต่งได้อย่างความสวยงาม แปลกตา ที่แฝงไปด้วยความคลาสสิก เพราะแต่ละชั้นได้ดีไซน์เป็นธีมที่แตกต่างกัน เปรียบเสมือนเป็นท่าอากาศยานช้อปปิ้ง เน้นความเป็น Market Street โดยจำลองมาจากถนนแฟชั่นชื่อดังจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแคริบเบียน, โรม, ปารีส, โตเกียว, ลอนดอน, อิสตันบูล, ซานฟรานซิสโก และฮอลลีวู้ด (ลอสแองเจอลิส)
more »



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ททท., คุณ ichewz, คุณ bicycle_trend, คุณรักถั่ว, คุณ Suwansiri และนิตยสารคู่หูเดินทาง
ประเทศไทย…ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามติดอันดับโลก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ที่งดงามเกินบรรยาย ภาพของน้ำทะเลสีคราม หาดทรายขาวละเอียด ทิวมะพร้าวเรียงราว คงชินตาใครหลาย ๆ คน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบเอา ”เกาะที่สวยที่สุดในประเทศไทย” อีกทั้งยังเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาบอกกัน ดังต่อไปนี้…

หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู โดยหมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก
ทั้งนี้ เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า มีหาดทรายขาวละเอียดเนียนนุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด และมีปลาประเภทต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น และทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่จะมองเห็นความสวยงามของท้องทะเลได้กว้างไกล
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือและทางอุทยานฯ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี
more »
ช่วงนี้เห็นแสงแดดอ่อน ๆ เกี่ยวก้อยก้อนเมฆสีขาวมาสร้างสายฝนชุ่มฉ่ำอยู่บ่อยครั้ง หัวใจก็พลอยเบิกบานร่ำร้องว่าถึงเวลาแล้วสินะ ที่ต้องออกเดินทางกันเสียที คิดได้แบบนี้เลยจัดรวมพลชาวแก๊งค์ มานั่งคุยกันว่า เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี คุยกันอยู่นาน สุดท้ายทุกคนก็สรุปว่า …ทริปนี้ต้องไป “ญี่ปุ่น”

กว่า 5 ชั่วโมงของการนั่งเครื่องบินเหินฟ้า ระหว่างมาถึงมิกินั่งคิดเพลิน ๆ ว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งที จะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านบ้างหนอ? เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า ขนม ตุ๊กตา กระเป๋า รองเท้า ฯ คิดแล้วคงหมดไปมากโข ก่อนมาคุณพ่อของมิกิบอกว่า เพราะประเทศนี้เปลี่ยนคุณพ่อให้กลายเป็นคนละคนจาก หนุ่มน้อยเจ้าสำราญ ใช้เงิน ใช้ชีวิตเที่ยวเล่นไปวัน ๆ เพราะเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว แต่พอมาเรียนปริญญาตรีด้านวิศวกรรมยานยนต์ที่นี่ ความเปลี่ยนแปลงของชีวิตหน้ามือเป็นหลังมือก็เกิดขึ้น เพราะต้องทำทุกอย่างเองทั้งหมด วางแผนการเรียน ค่าใช้จ่ายที่มีจำกัด ตลอดจนระเบียบวินัย ด้วยประเทศนี้ที่มีระเบียนวินัยในตัวเองสูง คนที่เฉื่อยชาก็เลยการเป็นคนแอ็กทีฟ รวมไปจนถึงเรื่องแปลกของหัวใจที่เริ่มต้นจากความแตกต่าง ตรงกันข้าม และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ …จนมีสาวน้อยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น หน้าตาจิ้มลิ้มอย่างมิกิค่ะ!!
ตลาดน้ำตลิ่งชัน อยู่บริเวณริมฝั่ง “คลองบางขุนศรี” หรือคนทั่วไปมักเรียกว่า “คลองชักพระ” ยังคงบรรยากาศ และวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำ ชาวบ้าน วัด บ้านทรงไทย ทั้งแบบเก่า และ แบบประยุกต์ ร้านค้า เรือขายของ สองฝั่งแวดล้อมด้วยสวนกล้วยไม้ สวนผักและผลไม้พื้นบ้าน อาทิ กระท้อนห่อ ขนุน มะปรางไข่ มะม่วง เป็นต้น

ตลาดน้ำตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบท ผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ ตลาดมีเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ เท่านั้น โดยประมาณ 07.00 น. พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งก็คือ ชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และสัตว์น้ำต่างๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไป เพียงแต่ผลผลิตเหล่านี้ จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และวิถีชีวิตชาวสวน
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำ ซึ่งมีอาหารไทยและขนมหวานหลากหลายชนิด งานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดทัวร์ทางน้ำท่องเที่ยวดูวิถีชีวิตริมคลอง และฟังดนตรีไทยที่จะมาบรรเลงเพลงในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ไปเที่ยวกันนะครับ ตลาดน้ำตลิ่งชัน รอต้อนรับทุกท่านด้วยของอร่อยมากมาย
ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) งานแผนปฏิบัติการตลาดภาคกลาง (www.tiewpakklang.com)
เรื่อง: ธรรมวารี ธีระณารา
ภาพ: ทศพร สุภาพ
ตลาดน้ำบางน้อย ย้อนกลับไปกว่าร้อยปีก่อน ทุกๆ วันขึ้นและแรม 3 ค่ำ 8 ค่ำ และ 13 ค่ำ ในช่วงที่ตะวันลับขอบฟ้าไปได้ครึ่งค่อนคืน เรือพายนับร้อยลำทยอยกันออกมาจากที่โน่นที่นี่เพื่อมาติดนัดที่ ตลาดน้ำคลองบางน้อย จ. สมุทรสงคราม ในอดีตนัดที่คลองบางน้อยเคยเป็นนัดที่คึกคักมาก พ่อค้าแม่ค้าจะมาจองที่จอดเรือกันตั้งแค่คืนก่อนวันนัด คนซื้อก็เริ่มพายเรือออกมาเลือกของกันอย่างคึกคักเช่นเดียวกัน

แม้วันนี้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปกว่าร้อยปี ตลาดน้ำบางน้อยจะเงียบเหงาซบเซาลงไปบ้าง แต่ด้วยความคิดถึงและโหยหาอดีตของผู้คนยุคนี้ ตลาดน้ำบางน้อยจึงฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับมีการปรับปรุงบ้านเรือ เปิดร้านรวงให้นักท่องเที่ยวไปเดินชมบรรยากาศเก่าๆ ของบ้านเรือน แวะซื้อสินค้าและชิมอาหารอร่อยๆ ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็น โรตีแต้จิ๋ว สูตรโบราณ ร้านสมัยศิลป์, ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดงร้านป้าพูน เจ้าเก่า 50 ปี, เกี๊ยวกุ้งร้านโอเล่ลูกกตัญญู เกี๊ยวกุ้ง นุ่มสด,ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรมะนาวร้านเจ๊หงวน ถั่ว พริกทำเอง ใส้กุ้งแม่น้ำของแท้ ผัดไทสูตรน้ำพริกเผา ร้านเจ๊เจ็งอร่อยเข้มข้นไม่เหมือนใคร รวมถึงของฝากขึ้นชื่ออย่าง มะนาวดองสูตรคุณย่า ที่อร่อยและสะอาด รวมไปถึงชาวบ้านชาวสวน นำสินค้าเกษตรของท้องถิ่นมาวางขาย ให้เลือกซื้อเลือกหากันอย่างละลานตา

มีเวลาแวะไปเที่ยวกันได้นะครับ ตลาดน้ำบางน้อยเปิดทุกวัน แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศจะคึกคักที่สุด
สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม โทร.0 3475 2847-8
เรื่องและ: กันต์ ณ ปกรณ์
ภาพ: ธนปกรณ์ สุขสาลี, ทศพร สุภาพ
ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) งานแผนปฏิบัติการตลาดภาคกลาง (www.tiewpakklang.com) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม
ที่มา www.sanook.com
ตลาดเก้าห้อง เป็นตลาดเล็กๆ ในชุมชนเก่าแก่ที่คงเหลือร่องรอยของความอุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำท่าจีน เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีเสน่ห์และมีตำนานเล่าขาน บริเวณริมน้ำท่าจีนมานานนับกว่า 100 ปี เป็นแหล่งชุมชน เป็นศูนย์กลางการค้าขาย การสัญจรทางน้ำ

ตลาดเก้าห้อง ก่อสร้างขึ้นโดยชาวจีนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประกอบอาชีพจนเกิดเป็นตลาด แบ่งออกเป็น 3 ตลาด คือ ตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง เป็นแหล่งอาหารอร่อยมากมาย เช่น ผัดไทย ราดหน้า ขนมฮวงเหล่าเทง (ขนมตาตะแกรง) ขนมไข่ปลา ขนมดอกจอก และที่พลาดไม่ได้ คือ ขนมเปี๊ยะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตขนมเปี๊ยะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี

ตลาดเก้าห้อง มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าชมหลายแห่ง อาทิ หอดูโจร ศาลเจ้าทุ่งแค ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เราสามารถเดินชมได้ตลาดอย่างทั่วถึง โดยมีซอยเล็กๆ เชื่อมกันทั้ง 3 ตลาด
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทาง 304 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี เลี้ยวซ้ายที่อำเภอบางปลาม้า ใช้ทางหลวงหมายเลข 3351 ต่อไปอีกประมาณ 10 กม.
สอบถามข้อมูลได้ที่ เทศบาลตำบลบางปลาม้า โทร.0-3558-7427, 0-3558-6408
เรื่องและภาพ: เศกศิลป์ กัญชนะ
ขอขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) งานแผนปฏิบัติการตลาดภาคกลาง (www.tiewpakklang.com) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี
ที่มา www.sanook.com
หนาวที่ผ่านมา หนองหาน – สถานที่ทางธรรมชาติอันแสนสงบแห่งหนึ่ง นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในดวงใจ นอกจากความรู้สึกว่าได้พักใจ หลีกลี้จากความวุ่นวาย “ทะเลบัวแดง”–ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ดารดาษด้วยดอกบัวแดง ยังทำให้ความรู้สึกเป็นสุขนั้นประทับอยู่ในใจ…

หนองหาน เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ จ. อุดรธานี มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 2 หมื่นไร่ หรือราว 300 เท่าของสนามหลวง กินพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัด คือ อ. กุมภวาปี อ. หนองหาน อ. ประจักษ์ศิลปาคม และ อ. กู่แก้ว รอบหนองหานมีหมู่บ้านรายล้อมกว่า 60 หมู่บ้าน หนองหานจึงเป็นที่หาอยู่หากินของชาวบ้าน และที่สำคัญคือเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำปาว ลำน้ำสำคัญที่ไหลหล่อเลี้ยงผู้คนใน จ. อุดรธานี และไกลไปถึงคนปลายน้ำที่ อ. กมลาไสย จ. กาฬสินธุ์
หนองหาน ยังเกี่ยวโยงกับตำนานพื้นบ้าน ผาแดง-นางไอ่ ที่คนอุดรธานีรวมทั้งคนอีสานรู้จักกันเป็นอย่างดี